บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก มีนาคม, 2026

บทเรียนท้องถิ่น รับมือ ฟื้นฟู เยียวยา น้ำท่วมดินถล่ม แม่แจ่ม

รูปภาพ
ปีพ.ศ.2568 อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ประสบภัยพิบัติต่อเนื่องกัน 4 ครั้งภายในหนึ่งเดือน ตั้งแต่ฝนตกหนัก ดินถล่มวันที่ 27 ส.ค.2568 ที่บ้านปางอุ๋ง ต.แม่ศึก ทำให้ผู้เสียชีวิต 8 คน บ้านพังทั้งหลัง 32 หลังคาเรือน พังบางส่วน 37 หลังคาเรือน รถมอเตอร์ไซต์ รถยนต์ รวมถึงทรัพย์สินอื่นเสียหาย ชาวบ้านต้องอพยพโยกย้านไปนอนที่โรงเรียนบ้านปางอุ๋งนับร้อยชีวิต ในวันเดียวกัน น้ำแม่หยอด ซึ่งมีต้นน้ำลำธารในเขต ต.แม่ศึก มีระดับสูงจนล้นตลิ่ง ความแรงของน้ำพัดสะพานคอนกรีตเชื่อมระหว่างบ้านนาฮ่อง-นาฮ่องใต้ ต.แม่ศึก พังเหลือแต่คอสะพาน ก่อนไหลมารวมกับน้ำแม่แจ่ม ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักที่สบจอก เขตติดต่อบ้านกองกาน ต.แม่ศึก - บ้านสบวาก ต.แม่นาจร ซึ่งมีระดับน้ำที่วัดได้สถานีสะพานบ้านแม่นาจร ต.แม่นาจร ล้นตลิ่งมา 1.12 ม. มวลน้ำ 2 สายมาบรรจบกัน ไหลผ่านบ้านกองกาน ต.แม่ศึก ท่วมพื้นที่ต่ำบ้านต้นตาล-นางแล บ้านเอ้น บ้านเจียง ต.ช่างเคิ่ง ก่อนเข้าสู่เขตเทศบาลแม่แจ่ม บริเวณพื้นที่ลุ่มน้ำหลังบ้านสันหนอง และตรงจุดนี้เอง ที่ระดับน้ำยกตัวสูงขึ้นทะลักท่วมพื้นที่ลุ่ม ชุมชน และย่านการค้าเภอแม่แจ่ม ตั้งแต่บ้านสันหนองส่วนที่ติดกับโรงเรียนชุมชนช่...

ชุมชนรับมือ ฟื้นฟู น้ำท่วมแม่แจ่ม

รูปภาพ
เช้าเมื่อวาน(26 กันยายน 68)ได้ยินเสียงตามสายในหมู่บ้าน ประกาศขอกำลังคนไปช่วยทำความสะอาดศาลาป่าช้า ซึ่งอยู่ติดกับลำน้ำแม่แจ่ม ทุกครั้งที่ระดับน้ำท่วมสูง ป่าช้าแห่งนี้ไม่เคยรอดจากน้ำท่วมแม้เพียงหนเดียว ปีนี้ พ.ศ.2568 ในรอบหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ป่าช้าแห่งนี้น้ำท่วมไปแล้ว 3 ครั้ง อันเนื่องมาจากฝนตกหนักและต่อเนื่องบริเวณแม่แจ่มบน เขตตำบลแม่นาจรและตำบลแม่ศึก สายฝนที่หล่นมาจากฟ้า กัดเซาะหน้าดินไหลลงลำห้วยน้อยใหญ่ พัดพาตะกอนดินไหลลงน้ำแม่แจ่มจนขุ่นข้น น้ำท่วมไปถึงไหนตะกอนดินก็จะไปถึงตรงนั้น ยิ่งน้ำท่วมนานเท่าไหร่ ตะกอนดินก็สะสมมากขึ้นตามไปด้วย จากข้อมูลกรมทรัพยากรน้ำพบว่า ในปีพ.ศ.2563 น้ำแม่แจ่มมีตะกอนแขวนลอยรายปีเฉลี่ยอยู่ที่ 267,422.22 ตัน/ปี ขณะที่ในปีพ.ศ.2562 มีเพียง 3,813.29 ตัน/ปีเท่านั้น ตะกอนแขวนลอยมากมายขนานนี้ น้ำท่วมไม่กี่ชั่วโมงก็สะสมมากขึ้นได้ ยิ่งน้ำท่วมซ้ำซากเวลาไล่เลี่ยกันแบบนี้ ตะกอนที่สะสมก็สูงตามมา ต้องเป็นภาระหน้าที่เจ้าของบ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานรัฐและเอกชน ช่วยกันระดมรถตักดิน ระดมคนมาช่วยเคลียพื้นที่ บ้านเรือน ถนนหนทาง ฯ ส่วนที่สาธารณะของหมู่บ้านอย่างเช่นป่าช...

วิถีไฟเก่า

รูปภาพ
ผมเป็นลูกชาวบ้าน ชีวิตสัมพันธ์กับไฟป่าและไฟในเรือกสวนไร่นามาตั้งแต่เด็ก พอถึงฤดูทำไร่ทำนา วันหยุดก็จะถือพร้าถือจอบสะพายย่าม พกหนังสติก ออกไปช่วยพ่อแม่ทุกปี บางทีต้องเดินเท้าค่อนวัน แบกข้าวสารอาหารแห้ง ไปนอนแรมทำไร่ทำนาที่อยู่ไกลออกไป จึงมีโอกาสได้ใช้ชีวิตใกล้ชิดกับไฟในการดำรงชีพสมัยเด็กพอประมาณ จึงเข้าใจการใชัไฟในวีถีชาวบ้านอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ไฟเผาไร่ข้าว ถั่วลิสง ใช้ไฟกำจัดวัชพืชในนา ใช้ไฟต้อนสัตว์ป่า ใช้ไฟเรียกนกมากินแมลงหนีไฟในป่า แล้วพากันซุ้มยิงนกมาเป็นอาหาร โดยนัยนี้ก็จะเห็นได้ว่า ไฟในวิถีเก่านั้นพอแบ่งออกเป็น 2 ส่วนด้วยกันคือ ไฟในพื้นที่เกษตร และไฟในพื้นที่ป่า ไฟในพื้นที่เกษตร  แบ่งออกเป็นไฟในนา-สวน และไฟในไร่เขตป่า ไฟในนา-สวน สมัยก่อนไม่รุนแรงอะไร เนื่องจากจำนวนพื้นที่ไม่กว้างใหญ่ แปลงหนึ่งไร่สองไร่ ส่วนใหญ่เผาวัชพืชและซางข้าวสำหรับปรับสภาพดิน พืชที่ปลูกเป็นพืชตระกูลถั่ว เช่น ถั่วเหลือง ถั่วลิสง เศษวัสดุเหลือใช้ จำพวกต้น-ใบ จะปล่อยให้ย่อยสลายตามธรรมชาติ ส่วนพืชสวน เป็นไม้ผลพื้นบ้านและพืชผัก ปลูกผสมผสานกันไป ไว้สำหรับรับประทาน ใช้ไฟเพียงกำจัดวัชพืชและเศษกิ่งไม้ในสวนท...