บทความ

แก้ไฟป่าในประเทศ ยั่งยืน

รูปภาพ
  🔥การจัดการไฟป่าวันนี้ 🔥ต้องบอกว่าไม่ใช้เรื่องกระจอกงอกง่อยอีกต่อไป เพราะการบริหารจัดการไฟป่าไม่ได้มีขอบเขตแคบๆเฉพาะการทำแนวกันไฟและชิงเผาทุกปีอย่างในเวลานี้ แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่หมายรวมเอาการบริหารจัดการข้อมูลและองค์ความรู้ กลไกล งบประมาณ แผนงาน และอำนาจในการจัดการเข้าหากันอย่างลงตัวและเป็นองค์รวม เช่นเดียวกับการบริหารบริษัทและองค์กรต่างๆ ในที่นี่จะใช้คำว่า “การบริหารจัดการไฟป่าทั้งกระบวนระบบ” การบริหารจัดการไฟป่าทั้งกระบวนระบบ จะสำเร็จหรือล้มเหลว อยู่ที่การประสานปัจจัยต่างๆเหล่านี้ให้เป็นองคาพยพเดียวกันอย่างมีทิศทางในการขับเคลื่อนงานให้บรรลุเป้าหมาย มีประสิทธิภาพและมีคุณภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนและชุมชน ในฐานะกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนให้กิจกรรมต่างๆเดินต่อไปได้ ต้องอาศัยศิลปะในการบริหารคนและชุมชนด้วยเช่นกัน ถ้ากลไกนี้ไม่ทำงานหรือทำงานที่ปราศจากหัวใจ ก็หวังได้เลยว่างานจะออกมาดีมีประสิทธิภาพและคุณภาพตามที่วาดหวัง 🔥1. ข้อมูลและองค์ความรู้ การบริหารจัดการไฟป่าทั้งกระบวนระบบ ไล่มาตั้งแต่ช่วงเตรียมการ รับมือ และฟื้นฟู ไม่ใช้ไฟลนก้นแล้วค่อยมาทำกัน ระดมคนระดมทรัพยากรต่างๆเข้าไปช่...

บทเรียนท้องถิ่น รับมือ ฟื้นฟู เยียวยา น้ำท่วมดินถล่ม แม่แจ่ม

รูปภาพ
ปีพ.ศ.2568 อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ประสบภัยพิบัติต่อเนื่องกัน 4 ครั้งภายในหนึ่งเดือน ตั้งแต่ฝนตกหนัก ดินถล่มวันที่ 27 ส.ค.2568 ที่บ้านปางอุ๋ง ต.แม่ศึก ทำให้ผู้เสียชีวิต 8 คน บ้านพังทั้งหลัง 32 หลังคาเรือน พังบางส่วน 37 หลังคาเรือน รถมอเตอร์ไซต์ รถยนต์ รวมถึงทรัพย์สินอื่นเสียหาย ชาวบ้านต้องอพยพโยกย้านไปนอนที่โรงเรียนบ้านปางอุ๋งนับร้อยชีวิต ในวันเดียวกัน น้ำแม่หยอด ซึ่งมีต้นน้ำลำธารในเขต ต.แม่ศึก มีระดับสูงจนล้นตลิ่ง ความแรงของน้ำพัดสะพานคอนกรีตเชื่อมระหว่างบ้านนาฮ่อง-นาฮ่องใต้ ต.แม่ศึก พังเหลือแต่คอสะพาน ก่อนไหลมารวมกับน้ำแม่แจ่ม ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักที่สบจอก เขตติดต่อบ้านกองกาน ต.แม่ศึก - บ้านสบวาก ต.แม่นาจร ซึ่งมีระดับน้ำที่วัดได้สถานีสะพานบ้านแม่นาจร ต.แม่นาจร ล้นตลิ่งมา 1.12 ม. มวลน้ำ 2 สายมาบรรจบกัน ไหลผ่านบ้านกองกาน ต.แม่ศึก ท่วมพื้นที่ต่ำบ้านต้นตาล-นางแล บ้านเอ้น บ้านเจียง ต.ช่างเคิ่ง ก่อนเข้าสู่เขตเทศบาลแม่แจ่ม บริเวณพื้นที่ลุ่มน้ำหลังบ้านสันหนอง และตรงจุดนี้เอง ที่ระดับน้ำยกตัวสูงขึ้นทะลักท่วมพื้นที่ลุ่ม ชุมชน และย่านการค้าเภอแม่แจ่ม ตั้งแต่บ้านสันหนองส่วนที่ติดกับโรงเรียนชุมชนช่...

ชุมชนรับมือ ฟื้นฟู น้ำท่วมแม่แจ่ม

รูปภาพ
เช้าเมื่อวาน(26 กันยายน 68)ได้ยินเสียงตามสายในหมู่บ้าน ประกาศขอกำลังคนไปช่วยทำความสะอาดศาลาป่าช้า ซึ่งอยู่ติดกับลำน้ำแม่แจ่ม ทุกครั้งที่ระดับน้ำท่วมสูง ป่าช้าแห่งนี้ไม่เคยรอดจากน้ำท่วมแม้เพียงหนเดียว ปีนี้ พ.ศ.2568 ในรอบหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ป่าช้าแห่งนี้น้ำท่วมไปแล้ว 3 ครั้ง อันเนื่องมาจากฝนตกหนักและต่อเนื่องบริเวณแม่แจ่มบน เขตตำบลแม่นาจรและตำบลแม่ศึก สายฝนที่หล่นมาจากฟ้า กัดเซาะหน้าดินไหลลงลำห้วยน้อยใหญ่ พัดพาตะกอนดินไหลลงน้ำแม่แจ่มจนขุ่นข้น น้ำท่วมไปถึงไหนตะกอนดินก็จะไปถึงตรงนั้น ยิ่งน้ำท่วมนานเท่าไหร่ ตะกอนดินก็สะสมมากขึ้นตามไปด้วย จากข้อมูลกรมทรัพยากรน้ำพบว่า ในปีพ.ศ.2563 น้ำแม่แจ่มมีตะกอนแขวนลอยรายปีเฉลี่ยอยู่ที่ 267,422.22 ตัน/ปี ขณะที่ในปีพ.ศ.2562 มีเพียง 3,813.29 ตัน/ปีเท่านั้น ตะกอนแขวนลอยมากมายขนานนี้ น้ำท่วมไม่กี่ชั่วโมงก็สะสมมากขึ้นได้ ยิ่งน้ำท่วมซ้ำซากเวลาไล่เลี่ยกันแบบนี้ ตะกอนที่สะสมก็สูงตามมา ต้องเป็นภาระหน้าที่เจ้าของบ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานรัฐและเอกชน ช่วยกันระดมรถตักดิน ระดมคนมาช่วยเคลียพื้นที่ บ้านเรือน ถนนหนทาง ฯ ส่วนที่สาธารณะของหมู่บ้านอย่างเช่นป่าช...

วิถีไฟเก่า

รูปภาพ
ผมเป็นลูกชาวบ้าน ชีวิตสัมพันธ์กับไฟป่าและไฟในเรือกสวนไร่นามาตั้งแต่เด็ก พอถึงฤดูทำไร่ทำนา วันหยุดก็จะถือพร้าถือจอบสะพายย่าม พกหนังสติก ออกไปช่วยพ่อแม่ทุกปี บางทีต้องเดินเท้าค่อนวัน แบกข้าวสารอาหารแห้ง ไปนอนแรมทำไร่ทำนาที่อยู่ไกลออกไป จึงมีโอกาสได้ใช้ชีวิตใกล้ชิดกับไฟในการดำรงชีพสมัยเด็กพอประมาณ จึงเข้าใจการใชัไฟในวีถีชาวบ้านอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ไฟเผาไร่ข้าว ถั่วลิสง ใช้ไฟกำจัดวัชพืชในนา ใช้ไฟต้อนสัตว์ป่า ใช้ไฟเรียกนกมากินแมลงหนีไฟในป่า แล้วพากันซุ้มยิงนกมาเป็นอาหาร โดยนัยนี้ก็จะเห็นได้ว่า ไฟในวิถีเก่านั้นพอแบ่งออกเป็น 2 ส่วนด้วยกันคือ ไฟในพื้นที่เกษตร และไฟในพื้นที่ป่า ไฟในพื้นที่เกษตร  แบ่งออกเป็นไฟในนา-สวน และไฟในไร่เขตป่า ไฟในนา-สวน สมัยก่อนไม่รุนแรงอะไร เนื่องจากจำนวนพื้นที่ไม่กว้างใหญ่ แปลงหนึ่งไร่สองไร่ ส่วนใหญ่เผาวัชพืชและซางข้าวสำหรับปรับสภาพดิน พืชที่ปลูกเป็นพืชตระกูลถั่ว เช่น ถั่วเหลือง ถั่วลิสง เศษวัสดุเหลือใช้ จำพวกต้น-ใบ จะปล่อยให้ย่อยสลายตามธรรมชาติ ส่วนพืชสวน เป็นไม้ผลพื้นบ้านและพืชผัก ปลูกผสมผสานกันไป ไว้สำหรับรับประทาน ใช้ไฟเพียงกำจัดวัชพืชและเศษกิ่งไม้ในสวนท...

ปฏิรูปผังเมืองไม่ให้ฝังเมือง

รูปภาพ
อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นอำเภอที่มีเนื้อที่มากเป็นอันดับ 4 ของประเทศไทย ในกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมเมืองเชียงใหม่ พ.ศ. 2555 พบว่าราว 99.9% เป็นที่ดินประเภทอนุรักษ์ป่าไม้ (สีเขียวอ่อนมีเส้นทแยงสีขาว) มีพื้นที่สีชมพู ซึ่งเป็นที่ดินประเภทชุมชนราว 1.5 ตารางกิโลเมตร เฉพาะเขตเทศบาลเท่านั้น ขณะที่การใช้ที่ดินอำเภอแม่แจ่ม ในที่ดินประเภทอนุรักษ์ป่าไม้ที่ปรากฏในผังเมืองรวมเชียงใหม่ เปลี่ยนไป เป็นเนื้อที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม 382,553 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 22.20 เป็นที่ดินชุมชนและสิ่งปลูกสร้าง 13,778 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 0.80 เป็นแหล่งน้ำ 3,621 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 0.21 เป็นที่ดินเบ็ดเตล็ด 11,151 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 0.65 ที่เหลือเป็นพื้นที่ป่า 1,312,116 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 76.14 นี้ยังไม่รวมเนื้อที่ที่มีประโยชน์หรือคุณค่าในทางศิลปกรรม สถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์หรือโบราณคดี และเนื้อที่ที่มีประโยชน์และคุณค่าทางเศรษฐกิจ จังหวัดเชียงใหม่ทั้งจังหวัดก็เช่นกัน มีที่ดินตามกฎกระทรวงฯผังเมืองเชียงใหม่ 5 ประเภท ได้แก่ ที่ดินประเภทชุมชน(สีชมพู) ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม(สีเขียว) ที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและ...

ปฏิรูป คทช. จัดที่ดินทำกินอาศัยใหม่ให้สิทธิ์

รูปภาพ
คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) มีเป้าหมายในการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าชายเลน ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน ที่ดินสาธารณประโยชน์ ที่ราชพัสดุ ที่ดินสงวนเพื่อกิจการนิคมในนิคมสร้างตนเอง ป่าตามพรบ.ป่าไม้ 2484 เขตป่าไม้ถาวร และที่ดินสหกรณ์ รวมทั้งหมด 12.4 ล้านไร่ มีประชาชนทำกินอาศัย 6.2 แสนราย โดยให้ส่วนงานที่ดูแลแต่ละพื้นที่เป็นเจ้าภาพดำเนินการตามนโยบาย แผนงาน และแนวทาง ที่คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติจัดทำไว้ในความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี การดำเนินงานหลายปีที่ผ่านมา มีประเด็นปัญหาหลากหลายด้านที่ต้องปรับปรุงแก้ไข ให้สอดคล้องกับการใช้ประโยชน์ที่ดินในปัจจุบัน ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงไปมากในทุกพื้นที่ 1.) ประเด็นตัวพรบ.คทช.ที่มีแต่ซูปเปอร์บอร์ด ไม่มีรายละเอียดอื่นใดเหมือนพรบ.อื่น การดำเนินการใดๆภายใต้นโยบายและแผนคทช.ต้องอิงกฎหมาย ระเบียบ มติครม.อื่นที่ล้าหลังทั้งหมด ซึ่งควรหรือต้องยกเลิกด้วยซ้ำ เช่น อิงกับมติครม.30 มิ.ย.41 อิงกับมติครม.ว่าด้วยชั้นคุณภาพลุ่มน้ำ อิงกับพรบ.ป่าสงวนแห่งชาติ ฯ เป็นต้น 2.) ไม่สามารถบูรณาการข้อมูลกันได้ เนื่องจากการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน 12.4 ล้าน...

ปฏิรูปจัดการภัยพิบัติให้ฉับไว

รูปภาพ
ทุกครั้งที่เกิดภัยพิบัติน้ำท่วมดินถล่ม ฝุ่นควันไฟป่า หรือว่าภัยอื่นๆ ขึ้นมา ผู้ที่ได้รับผลกระทบก่อนใครก็คือประชาชนในพื้นที่ แต่ประเทศนี้ไม่เคยที่จะให้ประชาชนในพื้นที่หรือชุมชน-ท้องถิ่นเข้มแข็ง จัดการภัยพิบัติด้วยตนเองได้เลย ต้องงอมืองอเท้าเข้าไปขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตลอดเวลา แม้ว่าจะอยู่ในนาทีชีวิตก็ตาม 1.กระจายอำนาจให้ท้องถิ่นจัดการภัยพิบัติ การผูกขาดจัดการภัยพิบัติไว้กับภาครัฐแห่งเดียวนั้น หากรัฐมีแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยที่ดี มีระบบเตือนภัยในทุกพื้นที่ แจ้งถึงมือประชาชนได้ทันท่วงที มีเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครที่มีทักษะความรู้ เชี่ยวชาญในการช่วยเหลือ มีเครื่องไม้เครื่องมือพร้อม มีความฉับไวในการเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย และมีการฟื้นฟูอย่างฉับไว ก็คงไม่มีใครว่ากระมั๊ง..? หากแต่ที่ผ่านมารัฐเองผู้ขาดการจัดการภัยพิบัติ หรือพูดอีกนัยหนึ่งก็คือ “รวมศูนย์อำนาจจัดการภัยพิบัติ”ไว้กับภาครัฐเป็นหลัก ดังจะเห็นได้จากพรบ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 ผู้ที่ได้รับผลกระทบหรือประสบภัยพิบัติโดยตรงไม่เคยมีโอกาสจัดการตนเองแม้แต่น้อย แผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ล้วนถูกกำหนดมาจาก...